วันที่ 03 เมษายน 2568 ได้เข้าร่วมโครงการ AGENDA 3D
ณ ห้องครุสัมนา 3 ชั้น 5 อาคาร 2 ราชภัฎเฉลิมพระเกียรติ พบกับกิจกรรมต่างๆ
ตั้งแต่เวลา 09.00-12.00 น.
3D (Three-Dimensional) หรือ 3 มิติ คือ การนำเสนอวัตถุหรือภาพที่มี ความกว้าง (Width), ความยาว (Length) และ ความลึก (Depth) ทำให้ดูมีมิติที่สมจริงกว่าภาพ 2D (สองมิติ) ที่มีแค่กว้างและยาว
ประเภทของ 3D ที่นำมาใช้ในการศึกษา
-
วัตถุ 3D จริง – สิ่งของที่เด็กสามารถจับต้องได้ เช่น บล็อกไม้ ลูกบอล รูปทรงเรขาคณิต
-
กราฟิก 3D ในคอมพิวเตอร์ – ภาพจำลองที่สร้างขึ้นบนจอ เช่น ภาพในเกมหรือแอนิเมชัน
-
เทคโนโลยี AR/VR – ใช้แว่น VR หรือแอป AR เพื่อให้เด็กมีประสบการณ์เสมือนจริง
-
การพิมพ์ 3D (3D Printing) – สร้างโมเดลจริงจากการออกแบบในคอมพิวเตอร์
วัตถุ 3D จริง – สิ่งของที่เด็กสามารถจับต้องได้ เช่น บล็อกไม้ ลูกบอล รูปทรงเรขาคณิต
กราฟิก 3D ในคอมพิวเตอร์ – ภาพจำลองที่สร้างขึ้นบนจอ เช่น ภาพในเกมหรือแอนิเมชัน
เทคโนโลยี AR/VR – ใช้แว่น VR หรือแอป AR เพื่อให้เด็กมีประสบการณ์เสมือนจริง
การพิมพ์ 3D (3D Printing) – สร้างโมเดลจริงจากการออกแบบในคอมพิวเตอร์
ทำไม 3D ถึงมีประโยชน์กับเด็กปฐมวัย?
✅ ช่วยให้เด็กเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น เพราะเห็นเป็นรูปทรงจริง
✅ กระตุ้นการเรียนรู้ผ่านการสัมผัสและการเล่น
✅ ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ
✅ ช่วยพัฒนาแนวคิดเรื่องมิติสัมพันธ์และรูปทรงเรขาคณิต
✅ กระตุ้นการเรียนรู้ผ่านการสัมผัสและการเล่น
✅ ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ
✅ ช่วยพัฒนาแนวคิดเรื่องมิติสัมพันธ์และรูปทรงเรขาคณิต
สื่อการเรียนการสอนแบบ 3D
-
ของเล่น 3D (Manipulatives) เช่น บล็อกไม้ ตัวต่อ เลโก้ ช่วยพัฒนาทักษะการคิดเชิงตรรกะและมิติสัมพันธ์
-
โมเดล 3D เช่น โมเดลร่างกาย สัตว์ หรือสิ่งของ เพื่อให้เด็กเข้าใจโครงสร้างและลักษณะของวัตถุจริง
-
สื่อ AR และ VR (Augmented & Virtual Reality) ช่วยให้เด็กสัมผัสประสบการณ์เสมือนจริง เช่น สำรวจใต้น้ำหรืออวกาศ



No comments:
Post a Comment